บริการกำจัดไรฝุ่นจากหมอนและที่นอน คืนความสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ให้บ้านคุณ กรุงเทพฯ และปริมณฑล

“ลดภูมิแพ้ และป้องกันไรฝุ่น ด้วยการดูแลที่นอนระดับมาตรฐาน ปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน”

เคล็ดลับดูแลที่นอนให้ห่างไรฝุ่น อยู่สะอาดได้นานหลังใช้บริการ

เคล็ดลับดูแลที่นอนให้ห่างไรฝุ่น อยู่สะอาดได้นานหลังใช้บริการ

หลังจากที่คุณใช้บริการกำจัดไรฝุ่นระดับมาตรฐานโรงพยาบาลไปแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือ “การดูแลต่อเนื่อง”
เพราะไรฝุ่นสามารถกลับมาสะสมได้อีก หากมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต
การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุของที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์ผ้า ให้คงความสะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดีต่อเนื่อง


🛏️ 1. รักษาความสะอาดที่นอนเป็นประจำ

หลังจากการกำจัดไรฝุ่น ควรดูแลที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ โดย

  • พลิกที่นอนทุก 2 เดือน เพื่อช่วยระบายอากาศและลดความอับชื้น
  • เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าคลุมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • หากมีคราบหรือเหงื่อ ควรใช้ผ้าเปียกหมาด ๆ เช็ดทันที และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

การทำความสะอาดประจำนี้ช่วยลดการสะสมของเหงื่อ รังแค และเศษผิวหนัง ซึ่งเป็นอาหารหลักของไรฝุ่น


🌬️ 2. ลดความชื้นภายในห้องนอน

ไรฝุ่นเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่ชื้นเกิน 60% และอุณหภูมิประมาณ 25 องศา
หากต้องการควบคุมไม่ให้มันกลับมา:

  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทตอนกลางวัน
  • ใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) หรือเปิดเครื่องปรับอากาศในโหมด Dry
  • หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้องนอนหรือห้องใกล้เคียง

เมื่อความชื้นลดลง จำนวนไรฝุ่นก็จะลดตามไปด้วย


🧺 3. ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน

หากสามารถทำได้ ควรซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนด้วยน้ำอุณหภูมิ 55–60 องศาเซลเซียส อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
เพราะความร้อนระดับนี้สามารถทำลายไรฝุ่นและไข่ของมันได้เกือบ 100%
หากเครื่องซักผ้าไม่รองรับน้ำร้อน อาจใช้การอบแดดแรง ๆ แทนได้เช่นกัน


🐶 4. แยกพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงออกจากที่นอน

สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมว มักมีขนและรังแคที่เป็นอาหารชั้นดีของไรฝุ่น
การให้สัตว์เลี้ยงนอนบนเตียงเดียวกันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมฝุ่นและเชื้อโรค
ควรทำความสะอาดผ้าปูที่สัตว์นอนบ่อย ๆ และใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบ HEPA ช่วยดักฝุ่นขนาดเล็ก


☀️ 5. เปิดรับแสงแดดบ้าง

แสงอาทิตย์มีรังสี UV ธรรมชาติที่ช่วยฆ่าเชื้อและยับยั้งการเติบโตของไรฝุ่นได้
ลองเปิดหน้าต่างให้แสงส่องถึงที่นอนในช่วงสาย ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
หากห้องอยู่ในมุมอับ อาจใช้โคมไฟ UV-C เสริมได้


💧 6. หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำหอมปรับอากาศหรือสเปรย์ลงบนที่นอนโดยตรง

แม้กลิ่นจะหอมสดชื่น แต่สารเคมีในสเปรย์อาจสะสมและทำให้ผิวหนังระคายเคืองในระยะยาว
หากต้องการความหอม ให้ใช้ “ถุงหอมสมุนไพร” หรือ “น้ำมันหอมระเหยในเครื่องพ่นไอน้ำ” แทน
ซึ่งจะช่วยให้อากาศสะอาดและช่วยผ่อนคลายขณะนอนได้ด้วย


🛠️ 7. เรียกใช้บริการกำจัดไรฝุ่นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี

แม้คุณจะดูแลอย่างดีเพียงใด แต่ไรฝุ่นยังสามารถสะสมได้ในระดับที่ตามองไม่เห็น
เพื่อคงความสะอาดระดับโรงพยาบาล ควรเรียกทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำความสะอาดเชิงลึก ทุก 6 เดือน หรือ เมื่อต้องการตรวจสุขอนามัยของที่นอน

ทีมกำจัดไรฝุ่น.com ใช้เทคโนโลยี Medical Grade พร้อมระบบ HEPA + UV-C ซึ่งสามารถขจัดไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9%
ปลอดภัยกับเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง โดยไม่ใช้สารเคมีอันตราย


💙 สุขอนามัยที่ดีเริ่มต้นจาก “ที่นอนที่สะอาด”

การนอนหลับคือเวลาที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง หากที่นอนสะอาด ปลอดไรฝุ่น และอากาศในห้องบริสุทธิ์
คุณจะรู้สึกหลับลึกขึ้น ตื่นมาสดชื่น และมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว

อย่าปล่อยให้สิ่งเล็ก ๆ อย่าง “ไรฝุ่น” ทำลายสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว
เริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันนี้ กับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกำจัดไรฝุ่นระดับมืออาชีพ —
ทีมกำจัดไรฝุ่น.com
เพื่อบ้านที่สะอาด และทุกลมหายใจที่สดชื่น 💨

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top